ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โดยใช้กลวิธีการสอนอ่านวิเคราะห์ QUEST

       ๑. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน

       การอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญของการเรียนรู้และการดำรงชีวิตของมนุษย์ การอ่านเป็นพฤติกรรม
การรับสารที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการฟัง ปัจจุบันมีการนำเสนอความรู้ ข้อมูลในหนังสือและสิ่งพิมพ์อื่นมากมาย นอกจากนี้แล้วข่าวสารสำคัญหลังจากนำเสนอด้วยการพูด หรืออ่านให้ฟังผ่านสื่อ ส่วนใหญ่จะตีพิมพ์รักษาไว้เป็นหลักฐานแก่ผู้อ่านในชั้นหลัง ความสามารถในการอ่านจึงสำคัญและจำเป็นยิ่งต่อการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคมปัจจุบัน 

         หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ภาษาไทยในสาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน จากสาระดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ทักษะการอ่าน
เป็นสาระที่มีความสำคัญและสามารถใช้ความรู้และข้อคิดเป็นแนวทางในการชีวิตประจำวันได้ 

การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นทักษะเพื่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะทักษะการอ่านซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญทางปัญญาและเป็นเครื่องมือในการรับรู้ข้อมูลร่วมกัน การอ่านอย่างมีวิจารณญาณคือการอ่านระดับสูงที่ใช้สติปัญญาใน พิจารณา สรุปสาระสำคัญ ตลอดถึงเข้าใจความหมายของถ้อยคำ จุดประสงค์ของ ผู้เขียน อีกทั้งต้องสามารถแยกแยะข้อเท็จจริง และความคิดเห็น เพื่อใช้ตัดสินประเมินค่า สิ่งที่อ่าน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ จะช่วย พัฒนาทักษะกระบวนการคิดในการแสวงหาความรู้ โดยอาศัยการ แปลและตีความหมายข้อมูลและข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลนักเรียนสามารถนำความรู้ ไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตอย่างมีคุณภาพทักษะ

อ้างอิงจากผลการประเมิน PISA ความฉลาดรู้ด้านการอ่านพบว่าคะแนนค่าเฉลี่ยทั้งประเทศของไทยมีคะแนนอยู่ที่ ๓๙๓ คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่ำเฉลี่ยของ OECD และจากประสบการณ์สอนในห้องเรียน พบว่าผู้เรียนมักขาดวิจารณญาณในการอ่าน ไม่สามารถสรุปสาระสำคัญหรือแปลความหมายจากบทอ่านได้ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานผลการประเมิน PISA ที่ชี้ให้เห็นว่าความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

การจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีการสอนอ่านวิเคราะห์ QUEST เป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและช่วยให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบจากการปฏิบัติจริง โดยคำถามจากวิธีสอนการวิเคราะห์ QUEST ทำให้ผู้เรียนอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างเข้าใจรวมทั้งสามารถประเมินคุณค่าและแสดงความคิดเห็นออกมาได้อย่างมีวิจารณญาณ อีกทั้ง
ทำให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์และแยกแยะข้อเท็จจริงจากข้อคิดเห็นได้ 

๒. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล

       ดำเนินการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โดยใช้กลวิธีการสอนอ่านวิเคราะห์ QUEST ดำเนินการภายใต้กระบวนการออกแบบการเรียนรู้ ADDIE MODEL ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ขั้นที่ ๑ การวิเคราะห์ (Analysis)

๑. วิเคราะห์สภาพปัญหาของนักเรียน โดยวิเคราะห์จากแนวโน้มคะแนนในด้านการอ่านย้อนหลังเพื่อศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อนของนักเรียน

๒. วิเคราะห์หลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู้ โดยตรวจสอบความสอดคล้องของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สาระที่ 1 (การอ่าน) มาตรฐาน ท 1.1 สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

๓. สำรวจสื่อออนไลน์ประเภทสารคดีและบันเทิงคดีที่นักเรียนสนใจ เพื่อนำมาใช้เป็นบทอ่านในการทดลอง

ขั้นที่ 2 การออกแบบ (Design)

๑. กำหนดโครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้การกลวิธีการสอนอ่านวิเคราะห์  QUEST จำนวน ๖ แผน (แผนละ ๒ คาบ รวม ๑๒ คาบ)

๒. ออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ โดยใช้การกลวิธีการสอนอ่านวิเคราะห์ QUEST ในรูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๓ การพัฒนา (Development)

       ๑. พัฒนาเนื้อหาและสื่อประกอบการเรียนรู้ รวมถึงแบบทดสอบก่อน – หลังการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้

ขั้นที่ ๔ ดำเนินการ (Implement)

    ๑. ดำเนินการนำแผนการจัดการเรียนรู้  โดยใช้การกลวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ ลงสู่ห้องเรียน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ 

ขั้นที่ ๕ ประเมินผล (Evaluation)

       มีแนวทางการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ ดังนี้

       ๑. ประเมินผลตามจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยมีการประเมินผลระหว่างเรียน (Formative Assessment) ผ่านการสังเกตการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน การแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม และประเมินชิ้นงานในห้องเรียน เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอย่างมีวิจารณญาณก่อน-หลัง การจัดการเรียนรู้

   ๒. ประเมินหลังเรียน (Summative Assessment) ประเมินโดยใช้แบบทดสอบเพื่อประเมินความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน

       ๓. ผลลัพธ์การพัฒนา

           ๓.๑ เชิงปริมาณ

       ๓.๑.๑ ผู้เรียนร้อยละ ๗๕ สามารถสรุปสาระสำคัญจากเรื่องที่อ่าน

       ๓.๑.๒ ผู้เรียนสามารถจำแนกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และประเมินค่าจากเรื่องที่อ่าน

           ๓.๒ เชิงคุณภาพ

       ๓.๒.๑ ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียนเรื่องการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

       ๓.๒.๒ ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินชิ้นงานเขียนสรุปจากเรื่องที่อ่าน โดยใช้แบบประเมิน Rubric score ระดับคุณภาพ ๒ ขึ้นไป